วันนี้มีข่าวว่าคนไทยได้รับการปล่อยตัวแล้ว
 
ก็รู้สึกว่า มันไม่เกินตามที่คาดหมายนัก แม้หลายคนๆ จะดีใจ แต่ผมคนหนึ่งละที่รู้สึกผิดหวังนิดๆ 
ทำไมนะเหรอครับ
 
เพราะใจผมอยากให้ "พนิช-วีระ" ติดคุกเขมรน่ะสิ  เหตุผล? 
 
พนิชในฐานะ สส. กรุงเทพ ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองอะไรสำคัญ เพิ่งจะได้รับเลือกตั้งมา
มีเหตุผลอะไรที่จะต้องขึ้นไปเฉียดๆ ชายแดนให้เป็นข่าว แถมมีคลิปออกมาแฉอีกว่า "จงใจหาเรื่องเดินเข้าไป" 
เพื่อให้มีข้อพิพาทเกิดขึ้น ยิ่งพอไปกับ "วีระ สมความคิด" แกนนำพันธมิตรที่มีชื่อใหม่เก๋ไก๋ว่า "คนไทยหัวใจรักขาติ" ก็ยิ่งทำให้สงสัยว่า นี่เป็นการ "ตั้งใจ" ที่จะไปแบบไม่ต้องใช้ "วีซ่า" หรือไม่ ถ้าเป็นจริง ก็เป็นการ "แหย่เสือหลับ เพื่อปลุกเืสือให้ตื่น" แบบไร้สมองจริงๆ 
 
เพราะรู้ทั้งรู้ว่าหากถูกจับ แน่นอนว่า เครือข่ายของวีระ ย่อมไม่พอใจ และในฐานะพนิช ที่เป็น สส. กรุงเทพ ย่อมทำให้เกิดกระแสในคนชั้นกลางในเมืองที่เลือกพนิชมา ได้เกิด "ความหวงแหน" ในฐานะ สส. ที่เป็นตัวแทนของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย 
 
ท้ายที่สุด เขมรก็จะเป็นจำเลยสังคมไืทยอีกครั้ง คำถามก็คือ แล้วรัฐบาลจะได้ประโยชน์อะไร
 
ก็ต้องถา่มก่อนว่า ในยุคที่รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นแกนนำพันธมิตรมาก่อนอย่า "กษิต ภิรมย์" ทำอะไรได้บ้างนอกจาก รอที่จะให้ศาลตัดสิน เพราะท้ายที่สุด ก็มีโทรศัพท์ลึกลับ หาสมเด็๋จฮุนเซ็นถึง 10 ครั้ง ครั้งสุดท้านลงชื่อเป็น H.S นั่นก็บ่งบอกได้ว่า มีการเคลื่อนไหวอย่างไร แม้สมเด็จฮุนเซ็นจะใช้ไม้เลี่ยงว่า "ป่วยกระทันหัน" ก็ตามแต่ แต่ผลก็อย่างท่ีี่รู้ๆ กันอยู่
 
ในยุคที่ รัฐบาลมาร์คกำลังลืมตัวว่า ได้ดีมาเพราะ "พันธมิตร" และ "กษิตหนุน" และกำลังหาทางสลัดภาพ "yellow-shirt supporter" ออกเพื่อให้บริสุทธิ์ไร้มลทินในกา่รเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็หารู้ไม่ว่า การนี้ทำให้ภาพพจน์ของรัฐบาลแย่ลงในการบริหารความสัมพันธ์ต่างประเทศทันตาเห็น
 
การทะเลาะกันเรื่องเขมรเพื่อปลุกกระแสรักชาติ ดูจะเป็นการฆ่าตัวตาย เพราะขนาดทหารไทยกับโจรไต้ ก็รู้่กันอยู่ว่าทหารไทยตายไม่เว้นแต่ละวัน แค่ศึกภายในยังเอาตัวไม่รอด ยังจะมีปัญญาอะไรไปสู้่กับเขมร ที่เขารบกันจนตายเกือบหมดประเทศแล้ว ความโหดของเขมรแดงนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าจีนคอมมิวนิสต์เลย
 
แทนที้่จะเลือก "รวมกันเราอยู่" เป็นนโยบายต่อเพื่อนบ้าน กลับเลือก "แยกกันอยู่ตายเดี่ยว" โดยติดกับภาพฝันลมๆ แล้งๆ ที่อภิสิทธิ์กรอกหูแฟนคลับว่า "เศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว ไทยยังคงเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย" อยู่ โดยเน้นให้เชื่อมั่นในตัว "อภิสิทธิ์" ทั้งๆ ที่หากย้่อนไปในการหาเสียงแล้ว นโยบาย 99 วัน ทำได้จริง กลับไม่เคยทำได้เลย และนี่ก็เป็นหนึ่งบทพิสูจน์ว่า เนื้อแท้ปชป. ถ้าไม่เกาะกระแส "ไม่เอาแม้ว" แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะพึ่งพาได้จริงๆ
 
นายกที่แท้จริงในขณะนี้ กลับกลายเป็นเทพเทือก ที่ประสานงานสิบทิศ ทำงานเหนื่อยงกๆ แทบทุกอย่าง ทำให้ผมอายเขมรเมื่อเปรียบเทียบกับฮุนเซ็น ภาวะผู้นำมันผิดกันจริงๆ ระหว่าง "อภิสิทธิ์" กับ "เทพเทือก" และ "อภิสิทธิ์" กับ "อุนเซ็น"
 
ยิ่งเปรียบมวยทางทหาร ที่ทหารฝ่ายเขารบในประเทศจนศัตรูตายเป็๋นเบือมาแล้ว แต่ทหารฝ่ายเรารบในประเทศกลับถูกศัตรูยิงตายให้ธงชาติคลุมรายวัน ดีแต่เก่งแต่ยิงม๊อบตายและโบ้ยความผิดให้ "ผู้ก่อการร้ายชุดดำ" เพียงอย่างเดียว ก็ว้าเหว่เหลือเกิน ถ้าเขมรยกกำลังเต็มสูบมารุกรานเรา ก็คงต้องแพ้ยับเยินแน่ๆ เพราะจากประัวัติศาสตร์ ทหารมีแต่ต้องพึ่งกำลังประชาชนอาสาทั้งนั้น ไม่ว่่าจะบางระจัน ที่เป็นวีรสตรีวีรบุรุษล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดา ปัญหาก็คือ หาคนจับปืนแบบนั้นในบ้านเมืองตอนนี้ได้ยากแล้วครับ
 
แต่จะอย่างไรก็ดี เราก็ยังปากกล้า ขู่เขมรทั้งๆ ที่ขาสั่นพั่บๆ โชคยังช่วยเพราะตอนจบ คนทีเ่คลียร์ปัญหาให้ ไม่ใช่ "อภิสิทธิ์" เอง อาจเป็นเป็นโทรศัพท์ลึกลับ "H.S" สายนั้น นั่นก็แสดงว่า รัฐบาลนี้ "ตัวช่วย" เยอะจริงๆ  ก็โชคดีไป
 
ที่แน่ๆ บทเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า การปลุกกระแสคลั่งชาติ สามารถทำได้ง่ายดาย โดยการส่ง สส. ไปเดินตีหน้าตายที่ชายแดนเขมร
และก็พร้อมที่จะมีพวกคลั่งชาติโดยหลับหุหลับตา มาพร้อมรับลูกเสมอ
 
และบทเรียนครั้งนี้สอนให้ "มาร์ค" รู้ว่า
จะข้ามชายแดนแบบไม่ต้องใช่วีซ่าน่ะ บอก "ฮุนเซ็น" หรือยัง
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นการมองอีกมุม นึงจริงๆครับโอ้วววววbig smile Hot!