สวัสดีครับ
 
วันนี้หลายๆ คนคงจะลุ้นๆ ไปกับศาลเขมร ว่าเขาจะตัดสินให้ "วีระ สมความคิด" และ คนไทยที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินโทษว่าจะมีความผิดฐาน "จารกรรม+รุกล้ำอธิปไตย" หรือไม่ ก็ต้องติดตามกันครับว่าจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ หน้าทำเนียบตอนนี้ กลุ่มพันธมิตรคงจะได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิดแน่ๆ และเชิ่อแน่นอนว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร สนธิและจำลองก็คงจะหาเหตุผลมาเพื่อจะไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้อยู่ดี
 
 ที่ผมสงสัยก็ืคือ ทำไมไม่มีใครสักคนในบ้านเมืองไทยออกมาเรียกร้องให้ "เคารพการตัดสินของศาลเขมร" เฉกเช่นกรณีที่เกิดขึ้นในบ้า่นเีราอยู่บ่อยครั้ง แน่นอนว่าเราย่อมเป็นห่วงคนไทย แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้ิองคิดก็คือ "ศาลกัมพูชา ตัดสินไปอย่าง อคติ ต่อจำเลย" เหมือนอย่างที่ศาลบ้านเราถูกกล่าวหาว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ถ้ามองในแง่หนึ่งก็คือ เป็นเรื่องของประเทศเค้า ที่เค้าก็ย่อมที่จะตัดสินอย่าง(คิดว่า)เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองเค้ามากที่สุด ก็ต้องโทษวีระ สมความคิด ที่ตอนเป็นพันธมิตร ไปว่าประเทศเค้าอย่างไรตอนนั้นก็คงต้องรับผลกรรมไปละกันครับ
 
ส่วนหนึ่งก็ทำให้ฉุกคิดได้ว่า "ประเทศใคร ใครก็รัก" ดังเช่นเหตุการณ์ลุกฮือของประชาชนใน "อียิปต์" และลุกลามไปยังหลายๆ ประเทศในแถบแอฟริกา น่าสนใจว่า "อียิปต์โมเดล" นี้เป็นอะไรที่มันคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในหลายๆ ประเทศในแถบเอเชีย เช่น เนปาล รวันดา และไทย  ที่เป็นการลุกฮือโดย "อัตโนมัติ" เมื่อหลายๆ คนในประเทศเริ่มรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม และ "รอไม่ไหว" ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามระบบ
 
แต่เนื่องจากจุดต่างของบ้านเมืองไทยก้ับอียิปต์ต่างกันที่ระบบการปกครองแบบประธานาธิปดีนั้นเป็นการปกครองแบบ "ศูนย์รวมอำนาจ" ดังระบบการปกครองแบบ CEO ที่เคยถูกนำมาใช้ในประเทศไทยที่มีการปกครองแบบประขาธิปไคยครึ่งใบ ทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ แต่อย่างไรก็ตามจุดเหมือนก็คือ ทั้งหมดเริ่มจาก "เมืองหลวง" และ "ลุกลาม" ไปยังต่างจังหวัด เหตุการณ์นี้พาลให้นึกถึงการปลุถระดมของพันธมิตรประชาชนเพื่อขับไล่รัฐบาลทักษิณในปี 49 ที่สามารถหยิบยก case มาได้อย่างไม่รู้จบ แน่นอนว่ารวมถึงการเกิด "เสื้อแดง" แบบอัตโนมัติ ณ สนามหลวง เมื่อมีประกาศ คปค. ฉบับแรกด้วย นั่นคือ "ความสวยงาม" ของการ "เคลือ่นไหวภาคประชาชน" อย่างแท้จริง
 
อียิปต์ต่างจากไทยตรงที่ ประธานาธิปดีฮอสนี่ มูบารัค นั้นปกครองประเทศมานานแล้ว แต่ประชาชนเพิ่งจะลุกฮือ แต่เมืองไทยนั้น รัฐบาลทักษิณ-สมัคร-สมชาย ปกครองประเทศมาไม่กี่ปี ประชาชนก็ลุกฮือแล้ว ทั้งหมดมีแรงจูงใจต่างกัน อียิปต์นั้นเกิดจากความรู้สึก "อยุติธรรม" ที่ "เก็บกด" และ "ฝังรากลึก" ในหัวใจประชาชนทั่วประเทศจนระเบิดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ และหากเลือกที่จะปราบปรามก็จำเป็นจะต้องเลือกระหว่าง "นองเลือดเพื่อรักษาอำนาจไว้" กับ "ยอมลาออกเพื่อรักษาชีวิตไป" แน่นอนว่ารัฐบาลใดๆ ย่อมเลือกแบบแรกก่อนอยู่แล้ว จุดจบก็คงไม่ต่างจาก จีน หรือ เนปาลสักเท่าไร "เสียชีวิตเป็นแสนก็ต้องยอมเพื่อรักษาประเทศไว้" เป็นวลีที่คนชั้นกลางในเมืองหลวงแห่งประเทศไทยท่องไว้ และแน่นอนว่าก็คงจะอารมณ์แตกต่างกันไปเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่อียิปต์ เพราะมันไม่ใช่บ้านเรา
 
ปัญหาอีกเรื่องที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจในท่าทีเรื่องนี้ก็คือ "ตัวของผุ้นำนั้นมีปัญหาเพียงพอที่จะขับไล่หรือไม่" และสิ่งที่แตกต่างก็คือ อียิปต์นั้นไม่มีการถกเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นระบอบประธานาธิปดีที่จะคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของประชาชนจึงปราศจากสื่อชี้นำ แต่ในเมืองไทย ใครคุมกระแสในสื่อได้ ก็สามารถที่จะบังคับสังคมได้ แต่กรณ๊ทักษิณที่ถูกกล่าวหาว่า "คุมสื่อ" แต่ก็มีปรากฏการณ์ม๊อบดาวเทียม ASTV รวมพลคนให้มากดดัน+หนุนหลังให้ผุ้มีอำนาจในเมืองหลวงสั่งการให้ทหารปฏิวัติไล่รัฐบาลได้อย่างไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ  หรือการใช้สื่ออย่าง PTV สร้างการเคลื่อนไหวของประชาชนผ่านรายการ "ความจริงวันนี้" ก็ไม่แตกต่างกัน นั่นคือ ใช้สื่อกระจายข่าวโจมตีฝ่ายตรงข้าม และระดมพลเพื่อหวังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
 
สิื่งที่ผมมองว่าบ้านเมืองเราการเคลื่อนไหวของประชาชนยังไม่พัฒนาถึงขั้นนั้นก็คงเพราะนิสัย "ขี้ขลาด" ของคนเมืองหลวงชา่วไทยทีชอบที่จะ "พวกมากลากไป-สบายเข้าว่า-ลำบากไม่เอา" พอเกิดอะไรก็ "ตัวใครตัวมัน" ซึ่งต่างจากอียิปต์ที่มีความ "กล้าหาญ" โดยไม่ต้องพึ่งแกนนำใดๆ (ตอนนี้เมืองไทย นปช.ก็พยายามดำเนินการแบบนั้นอยู่) ซึ่งถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นพลังมวลมหาประชาชนอย่างยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่ไม่ว่าจะสลายอย่างไร ก็คงจะสลายอุดมการณ์อย่างนี้ไปได้ยากนัก
 
หลายคนที้่เป้นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดงก้คงจะคิดคล้ายๆ กัน ส่วนใหญ่ก็จะเอาใจช่วยให้ผ่านไปได้โดยไม่รุนแรง หรือบาดเจ็บน้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่เริ่มต้นด้วยความ "รุนแรง" ก็มักจะจบด้วยความ "รุนแรง" เสมอ นี่เป็นสัจธรรมที่คนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองย่อมรู้ดี แต่หากไม่มีการเคลื่อนไหวภาคประชาชน จะฝากความหวังการตรวจสอบไว้กับสภาก็คงจะดูไม่ค่อยดีนัก.. เนื่องด้วยนักการเมืองประเทศในแถบเอเชียเรายัง "ด้อยพัฒนาทางความคิด" อยู่ เนื่องจากต้องอาศัยทุนเยอะในการฝ่าฟันมาจาได้นั่งอยู่ในสภา การที่จะใช้โอกาส+เวลาในสภาให้ก่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเองจึงเป็นเรื่องปรกติของมนุษย์อยู่แล้ว.. การกระตุ้นเตือนที่ดีที่สุดให้นักการเมืองรับรู้ว่า "ประชาชนดูอยู่" ด้วยม๊อบจึงยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะหากการชุมนุมใดๆ ที่สงบเรียบร้อยหากเจอกับนักการเมืองที่ "หน้าด้าน" ก็คงจะไม่เป็นผลเท่าใดนัก 
 
แต่ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะนองเลือดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญก็คือ เมื่อใหร่มีม๊อบ นั่นหมายความว่า "รัฐบาล" จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับ "การแก้ปัญหา" มากกว่านี้แทนที่จะ "เช้าชามเย็นชาม" และเราก็ควรไม่มองม๊อบใดๆ ว่าเป็นการ "่ป่วนเมือง" หรือ "ทำให้ไปไหนมาไหนไม่สะดวก" แต่เพียงเท่าัน้น เราควรมองด้วยว่า "สิ่งที่ม๊อบเสนอ" นั้น "เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญหรือไม่" และเราควรจะมีท่าทีอย่างไร "วางเฉย-ปล่อยผ่าน" หรือ "เห็นด้วย-เรียกร้อง" ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทำได้ เพราะผลประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชนภายหลัง อนาคตลูกหลานของเราในประเทศนี้ก็จะอยู่ที่ท่าทีของเราในเรื่องการเมืองนี่แหละ
 
สำหรับอียิปต์ก็เป็นบทเีรียนมองไทยได้ว่า "อำนาจ" หากใช้เพื่อ "กดหัว" ประชาชนแล้ว บทสุดท้ายของผุ้ใช้อำนาจนัี้นอาจต้องถูก "ส้นเท้า" ประชาชนเหยียบจมดินได้เมื่อหมดอำนาจ...อย่างแน่นอน
 
โปรดติดตามต่อไป...ด้วยใจระทึกพลัน
(ยืมสำนวนมติชนนิดนึง)

Comment

Comment:

Tweet