โปรแกรมเมอร์ฉันหรือเธอก็เป็นได้ ตอนที่ 1 : ทำความรู้จักหากเธออยากเป็น “กุ๊กคอม”

1.1  จุดเริ่มต้น

 

สวัสดี... บล็อกนี้เกิดขึ้นมาได้จากอารมณ์ของกรรมกรละมุนภัณฑ์ (Software labour) คนหนึ่งที่เกิดอบากจะทำอะไรก่อนตาย และสิ่งที่อยากทำนั้นก็เกิดมาเป็นชุดข้อความ (String) นี้นั่นเอง เนื่องด้วยข้าพเจ้าทำมารับประทานด้วยงานที่เรียกอย่างหรู ว่า “ผู้พัฒนาระบบ” เรียกอย่างกลางๆ ว่า “โปรแกรมเมอร์” และเรียกอย่างดิบๆ ว่า “คนทำเออเร่อ (Error – ฮากริบ)” แต่จะเรียกอย่างไรก็ช่างหัวแมวมันเถอะ ประเด็นก็คือว่า ไอ้อาชีพนี้ที่เขาว่าเงินดี น่ะมันทำอะไรกัน

 

2.2 Programmer = กุ๊กคอม

 

ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบคำว่า กรรมกรละมุนภัณฑ์ เพราะนั่นสายพวก IT-Support เอาไปกินหมดแล้ว ผมว่าจะเปรียบก็เหมือนกับ กุ๊กคอม(พิวเตอร์) มากกว่า มีหน้าที่ปรุงให้คอมพิวเตอร์มีรสชาติกว่าการให้พนักงานในองค์กรใช้โหลดบิต ออนดอท(เอ) หรือเล่นเฟสเพียงอย่างเดียว เพราะเดี๋ยวเจ้านายจะหันมาให้ กรรมกรละมุนภัณฑ์ บล็อกเน็ตเอาได้ (ฮากริบ)

 

 

คุณเคยกินก๋วยเตี๋ยวไหมครับ เวลาหิว ก็ต้องเดินหาร้านก๊วยเต๊ยวใช่ไหม แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนที่คุณจะหาร้านก๊วยเตี๋ยว  คุณก็ต้องรู้ก่อนว่าคุณอยากกินก๋วยเตี๋ยว และทำไมคุณอยากกินก๋วยเตี๋ยวก็เพราะคุณหิว ร้านก๊วยเตี๋ยวจึงเป็นที่สนองความหิวและรองรับความหิวของคุณ อาชีพโปรแกรมเมอร์ก็คล้ายๆ แบบนั้นแหละ ถ้าร้านคุณทำอร่อย หน้าร้านก็จะไม่ว่าง มีแต่ลูกค้ามาทั้งกินที่นี่แหละกินที่บ้าน แต่ถ้าคุณทำหมาไม่แดก นอกจากลูกค้าจะหายแล้ว เผลอ คุณอาจต้องนั่งตบยุงและนั่งนับหนี้ที่ลงทุนไปด้วย ท้ายที่สุดอาจต้องปิดร้านไปขายเต้า (ฮวย) เผื่ออาจจะเวิร์คกว่า

 

เห็นไหมครับ ความเหมือนกันของอาชีพโปรแกรมเมอร์กับขายก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณจะทำ brand ยังไง ไฮโซจบนอกหรือจบโทกิ๊กก๊อกป๊อกช่าป๊อกเด้งสาม (เจ้ามือกินเรียบ) แต่ประเด็นมันอยู่ที่ “ฝืมือ” และ “ความพิถีพิถัน” ล้วนๆ ใครว่าทำก๋วยเตี๋ยวง่ายก็ง่ายๆ แค่หาวัตถุดิบสดๆ น้ำจิ้มดีๆ ราคาประหยัด ทำเลดีๆ  แต่จะว่ายากก็ยากเรื่องของวัตถุดิบและความชำนาญนี่แหละ แต่ของอย่างนี้มันก็ต้องฝึกจริงไหมครับ หากคุณมีฝีมือและทำเก่ง ก็สามารถเลื่อนขั้นจาก กุ๊ก เป็น เชฟ ได้ เช่นเดียวกันกับโปรแกรมเมอร์ หากคุณเก่ง ก็สามารถเลื่อนขั้นเป็น chief ได้เช่นกัน ทำเลไม่ดี เงินน้อย แต่ถ้าทำอร่อยคงเส้นคงวา ไกลแค่ไหนลูกค้าก็วิ่งมาหา งานก็มีเยอะขึ้น เงินก็มีเยอะขึ้น แฟนก็มีเยอะขึ้น (แฟนคลับ-ลูกค้า) ขีวิตก็ดีขึ้น อาชีพนี้จึงเป็นที่โหยหาและใฝ่ฝันของคนเรียนสาขานี้ทุกคน.. แน่นอน ทุกคนก็ทำไข่เจียวได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำอร่อย ของอย่างนี้มันอยู่ที่ “พรสวรรค์” และ “พรแสวง” ครับ  แต่ผมเชื่อว่า พรสวรรค์อาจแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ พรแสวงที่ไม่ใช่พรศักดิ์ ส่องแสง ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์มากกว่า ..ที่ไม่สำเร็จเพราะว่าหมดไฟ ไม่ก็ล้มเลิกไปเสียก่อนแหละครับ

 

2.3 โปรแกรมเมอร์คือพระเจ้าแห่งโลกคอมพิวเตอร์

 

ถ้ายังเปรียบเทียบอาชีพโปรแกรมเมอร์ ก็อาจคล้ายๆ กับนักวาดรูป น้อยคนที่เรียนศิลปะที่ไม่อยากเป็นอย่างปิกัสโซ หรือดูเท่โก้โอ้โหอย่างเฉลิม ..อยู่บำรุง เอ๊ย เฉลิมชัย..โฆษิตพิพัฒน์ ความสุขของพวกเขาเหล่านั้นก็คือการได้ทำอะไรที่มาจากสมองของตัวเองแล้วมีคนมองมันไม่ว่าจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม แต่หากมีคนพยักหน้าว่า เออ เข้าท่า มันเหมือนกับว่าโลกนี้หยุดหมุนทั้งใบและลอยมาอยู่ในกำมือคุณดุจดังคุณเป็นพระเจ้าเลย ใช่ครับ เราพูดไม่ผิด อาชีพนักพัฒนาระบบในอีกมุมหนึ่งก็เหมือนกับเราเป็นพระเจ้า เรามีโลกใบเล็กๆ อยู่ในสิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ เราจะปู้ยี่ปู่ย่ำข่มขืนมันก็ได้ หรือเราจะทะนุถนอมชุบเลี้ยงดูมันก็ได้ ตราบที่เรามีปัญญาที่จะทำ และตราบที่เรายังอยากจะทำมัน...

 

 

จนอยากจะพูดได้เลยว่า...คุณสามารถทำให้สิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ทำให้มันคล้ายกับมีชีวิตได้ดังใจคุณเลย... ขอแค่คุณค่อยๆ และอยากที่จะเรียนรู้ไปกับมันแค่นั้นเอง แน่นอนว่า หากคุณทำดี ก็ย่อมมีคนรักและศรัทธาและบูชากราบไหว้วันละสามเวลาหลังอาหาร ว่าโปรแกรมที่คุณเขียนนี่ระดับเทพมังกรดาวน้าเน็ก (ไม่ใช่ดาวนาเม็กนะ) เท่านั้นที่เขียนได้ แต่ถ้าทำไม่ดี แน่นอนว่าก็จะมีคำสบถด่าลับหลังว่า อย่าว่าแต่เทพมังกรเลย แค่มังกือจากดาวน้ากิ๊ก ยังไม่ไหวเลย...

 

แต่ทุกอย่างก็ต้องมีจุดเริ่มต้น มีก้าวแรกที่กล้า มีก้าวต่อไปที่เลเวลอัพขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่เหนื่อยและบ้าไปเสียก่อน เพราะไม่มีใครเมพตั้งแต่เกิดถ้าคุณไม่ได้เกิดในตระกูลเมพ สมมติคุณเริ่มอยากรู้แล้วว่า แล้วอยากเมพในอาชีพนี้จะต้องเริ่มยังไง .. เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนครับ.. ว่าโปรแกรมเมอร์เขามีวิธีทำงานยังไง

 

2.4  แล้วโปรแกรมเมอร์มีวิธีทำงานยังไงอ่ะ

 

โปรแกรมเมอร์ (Programmer) ไม่ใช่คนชอบโปรปากันดา (Propaganda) ไม่ใช่โปเกมอน (Pro-gay-mon) ไม่ใช่โปรแกรมมี่-อาร์เอสโปรโมชั่น แต่มันเป็นพันธุ์เดียวกันกับ ซิงเกอร์ (Singer) แอ๊กเตอร์ (Actor) หรือ แด๊นเซอร์ (Actor) อะไรที่ลงท้ายด้วย เอ้อๆ (-or) นั่นแหละ คำว่าโปรแกรมความหมายง่ายๆ ก็คือ “ชุดคำสั่ง” เช่นเดียวกับ Sing – ร้องเพลง เติมอีอาร์ (ที่ใม่ใช่ห้องฉุกเฉิน – ฮากริป) ก็กลายเป็นผู้ร้องเพลง โปรแกรมเมอร์จึงกลายเป็น “ผู้ใช้ชุดคำสั่ง” นั่นเอง ฟังดูมีอำนาจเนอะ “ผู้ใช้ชุดคำสั่ง” เอาละ แล้วสั่งใคร หรือถูกใครสั่ง อย่าเพิ่งรีบร้อนเหมือนตอนกินก๋วยเดี๋ยว รู้ว่าหิว แต่เขาก็ต้องเตรียมตัว หาเครื่องปรุง หาวัตถุดิบก่อน จริงไหมครับ

 

 

ลองดูจากคำถามเหล่านี้นะ การเตรียมตัวก็ง่ายๆ ด้วยการตั้งคำถามให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ นั่นคือ “วัตถุดิบ” ชั้นดีเลยละ การตั้งคำถามเพื่อรวบรวมวัตถุดิบให้มากที่สุดเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างสรรค์งานอะไรสักชิ้นนึงครับ ไม่ว่าจะก๋วยเตี๋ยว ศิลปะ หรือเขียนโปรแกรม เริ่มจากการถามเชิง “อะไร – ที่ไหน –เมื่อใหร่ – ยังไง –กับใคร – ทำไม – แบบไหน” ตัวอย่างเช่น สมมติคุณไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเฮียปอง ณ บุญชู

 

สั่งอะไร – ก๋วยเตี๋ยวดิ ก็ร้านเฮียขายก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่หรอ

(กูรู้แล้ว...สาดด) แล้วมึงจะเอาแบบไหน – ก๋วยเตี๋ยวไม่งอกเนื้อเปื่อยไม่ใส่น้ำไม่เอาเส้นไวไวนะ

(ไม่ใส่น้ำไม่เอาเส้นไวไว.. ไอ้นี่กวนละ) แล้วจะเอาเท่าไร – 1 จาน เอาปกติ ไม่พิเศษ ไม่มีตังค์ ฟรีก็ได้

(ก๋วยเตี๋ยวบ้านเอ็งใส่จานเรอะ!) จะกินตอนไหน – วินาทีนี้เลย หิว ข้าวเช้ายังไม่ได้กินอะไร 

(ได้...จัดไป) ส่งที่ไหน – โต๊ะ 8 หรือเฮียมีบริการส่ง delivery ละ 

(หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น...เดาเอาเองครับ ^^)

 

สิ่งเหล่านี้แหละครับเรียกว่า “ชุดคำสั่ง” จากลูกค้า (เจอลูกค้าแบบนี้น่าเอาก๋วยเตี๋ยวยัดปาก) ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้าน ลูกค้า 1 คนยังพอจำได้ มากกว่านั้นยังพอจดได้ จริงไหมครับ แต่ถ้าสมัยยุคนี้ยุคที่เอ็มเครุ่งเรือง ไม่ต้องจดกันแล้ว เขาใช้การ order ก๋วยเตี๋ยวผ่านคอม รับรอง สั่งน้ำตกได้น้ำตก (เอ็มเคมันมีน้ำตกด้วยเรอะ -*-) ไม่มีวันได้น้ำท่วมแน่ (ฮากริบ) แต่อย่างไรก็ดีมันก็ขึ้นอยู่กับบ๋อยหรือพนักงานที่คุยกับลูกค้าอยู่ดีว่าจะคีย์ถูกหรือเปล่า

 

 

โปรแกรมเมอร์ที่กลายเป็นเหมือนกับพ่อครัว ก็ต้องรับคำสั่งจากลูกค้ามาทำให้ได้ แน่นอนว่า คุณก็ต้องรู้วิธีทำก๋วยเตี๋ยวครับ ..สมมติลูกค้ากวนส้นมาร้านก๋วยเตี๋ยวเสือกสั่งข้าวผัด ถ้าคุณไม่ไล่มันออกไปจากร้าน ก็ต้องหาทางทำข้าวผัดให้มันให้ได้ เพื่อเงิน เอ๊ย เพื่อให้ลูกค้าพอใจตาม order เพียงแต่ว่า เปลี่ยนจาก การรับข้อมูลจากในกระดาษมาเป็นการเขียนโปรแกรมมารับข้อมูล เปลี่ยนจากการติดต่อผ่าน คนกับคน เป็น คนกับคอม แค่นั้นเอง – เหมือนง่ายเนอะ แต่เอาเป็นว่า ชีวิตโปรแกรมเมอร์ก็จะยุ่งอยู่กับ “ชุดข้อมูล” จากลูกค้าแบบ order สั่งก๋วยเตี๋ยวนี่แหละครับ ไหนจะต้องจำสูตรวิธีการผลิตให้ถูก เผลอๆ ลูกค้าแม่งบอกรายละเอียดไม่หมดอีก ถ้าไม่มีคนช่วยไหนจะต้องส่งให้ถูกตามสั่งไม่มากไม่น้อยไป ทำไม่ดีผิดไปซวยอีก โดนด่า ลูกค้าหาย กำไรหด หากเก็บตังค์ไม่ได้ก็หมด หมดกัน...

 

เกริ่นมาเยอะแล้ว ตอนหน้าเรามาทำก๋วยเตี๋ยวกันจริงๆ จังๆ  เอ๊ย มาเริ่มเรียนรู้หลักการเขียนโปรแกรมอย่างไรไม่ให้เป็นโปรแกรมมั่วซั่วเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวพันกันยุ่ง เพราะเดี๋ยวจะอีรุงตุงนังตังนิงจนเออเร่อ-เอ๋อเหรอ-เออรัก (มะใช่แล้ว) จบกันดีกว่าเนอะครับ ไม่รู้อ่านยังงี้ยังอยากจะเป็นอีกหรือเปล่า ไอ้อาชีพโปรแกรมเมอร์นี่

 

A-Palace (เอวัง)

edit @ 26 Jan 2012 11:15:24 by Erosagape

edit @ 26 Jan 2012 14:27:43 by Erosagape

Comment

Comment:

Tweet

เขียนได้เมพขิงๆ เลยขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับ

#1 By donjaiza (172.20.61.58, 203.144.130.176) on 2012-04-18 10:48